โรคไต ใครๆก็เป็นได้ มาป้องกันโรคไตกันเถอะ

สาเหตุของโรคไต
กันยายน 15, 2026

โรคไต เป็นโรคที่ภาวะที่ไตทำงานได้น้อยลงหรือผิดปกติ ซึ่งหน้าที่ของไตคือการกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย การหลั่งฮอร์โมน การควบคุมน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย ฯลฯ เมื่อไตทำงานได้น้อยลงจึงไม่สามารถกำจัดของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกายได้ ระดับฮอร์โมนผิดปกติ รวมไปถึงความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายด้วย 

ไตวายเรื้อรัง

เกิดจากภาวะที่ไตทำงานผิดปกติ หรือ เสื่อมสภาพลง ทำให้การขจัดของเสียออกจากเลือด และ การขจัดสารพิษออกจากร่างกายเกิดความบกพร่อง ส่งผลให้ไม่สามารถขับของเสีย และน้ำส่วนเกินออกจากกระแสเลือดได้ ซึ่งภาวะไตเรื้อรังจะมีการทำงานที่ผิดปกติเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยในระยะแรกจะไม่แสดงอาการใด ๆ ซึ่งหากปล่อยเอาไว้นาน และ ไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้

สาเหตุของโรคไต

ประมาณร้อยละ 70 เกิดมาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคดังกล่าวมีสาเหตุเบื้องต้นมาจากการรับประทานอาหาร และในปัจจุบันพบว่าคนไทยมีพฤติกรรมทานอาหารที่มีโซเดียมสูง โดยเฉพาะคนในวัยทำงานที่มักบริโภคอาหารประเภทสำเร็จรูปเนื่องจากเน้นความสะดวกสบายในการรับประทานอาหารแข่งกับเวลาเร่งรีบในการทำงาน

อาการที่กำลังบอกว่าคุณเป็นโรคไต

  1. มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะมีเลือดเจือปน เนื่องจากเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว ทางเดินปัสสาวะ หรืออาจจะเกิดเนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น 
  2. หรือ ปัสสาวะเป็นฟอง เกิดจากโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาจากปัสสาวะ มักเป็นอาการของ  “โรคไตเรื้อรัง”
  3. ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยกว่าปกติ เป็นต้น
  4. มีอาการโรคไต เช่น หน้าและเท้าบวม
  5. บางรายอาจจะภาวะน้ำหนักลดลง หรือน้ำหนัดขึ้นได้ เนื่องจากตัวบวม
  6. พบก้อนเนื้อเมื่อลูบคลำบริเวณไต
  7. ผิวหนังผิดปกติ ซีด คัน มีจ้ำเลือดขึ้นง่าย
  8. ปากขม เบื่ออาหาร รวมถึงมีอาการคลื่นไส้

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคไต

  1. ใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเอง โดยการข้าตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี พื่อคัดกรองภาวะต่างๆ นอกจากจะสามารถดูโรคไตได้แล้วยังสามารถคัดกรองโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย
  2. เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ สุกสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป และอาหารรสจัด
  3. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร หรือ 6-8 แก้วต่อวัน
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลง
  6. หลีกเลี่ยงกลุ่มยาที่อาจมีผลต่อไต เช่น ยาแห้ปวดซ้อ ปวดเส้น ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งมักเป็นยาในกลุ่ม “เอ็นเสด (NSAIDs)” ที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบอย่างแรง
  7. เลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานๆ 
  8. อย่าหลงเชื่อโฆษราอาหารเสริมหรือสมุนไพรที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง